พระนางสร้อยดอกหมากตอนจบ

หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง และหลวงพ่อโต วัดมงคลบพิตร












หลวงปู่สีโห เหมโก

พระผู้ทรงอภิญญารู้ภาษาสัตว์และคนได้ทุกชาติทุกภาษา
เปิดตำนานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์สำคัญของอยุธยา ถึง ๒ องค์
คือ หลวงพ่อโตวัดมงคลบพิตรและหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง
เปิดเผยความจริงจากตำนานพระเจ้าสายน้ำผึ้งและ เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก
วัดพนัญเชิง มีอายุก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยาถึง ๓๐๐ ปี

โดย สิทธา เชตวัน

****** หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง ******


ตอนที่ ๑๑ พระเจ้าสายน้ำผึ้ง ตำนานสร้างพระศักดิ์สิทธิ์ ๒ องค์
(หลวงพ่อโต วัดมงคลบพิตรและหลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง)

ตำนานเกี่ยวกับการสร้างพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ๒ องค์ คือหลวงพ่อโตวัดมงคลบพิตร
และหลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง ซึ่งคนทั่วไปคิดว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ความจริง
สร้างขึ้นก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยาถึง ๓๐๐ ปี

จากการที่หลวงปู่ได้พูดคุยกับพระนางสร้อยดอกหมาก และได้ถามถึงพระเจ้าสายน้ำผึ้งว่า
" แล้วพระเจ้าสายน้ำผึ้งล่ะ ท่านไปเกิดแล้ว หรือยังมีวิบากเกี่ยวพันกันอยู่อีก "
พระนางสร้อยดอกหมาก ตอบว่า " พระเจ้าสายน้ำผึ้ง ไปเกิดอยู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา
ด้วยกุศลบารมีที่ได้บริจาคทานและรักษาศีลมาก เวลานี้ก็แวะไปมาหาสู่เยี่ยมเยียนหม่อมฉัน
อยู่เสมอ ด้วยความนับถือกัน แต่ไม่มีอะไรผูกพันกับหม่อมฉันเหมือนเมื่อเป็นสามีภรรยากัน
ในโลกมนุษย์หรอกเจ้าค่ะ พระผู้เป็นเจ้า "
หลวงปู่ถามต่อว่า " พระเจ้าสายน้ำผึ้งนี่รูปร่างหน้าตาท่านเป็นอย่างไรนะ เหมือนคนไทยทุกวันนี้ใหม
หรือว่าใหญ่โตกว่ากันมาก เขาว่าคนโบราณมักสูงใหญ่ถึงหกศอกแปดศอกใช่ใหมพระนาง "
พระนางสร้อยดอกหมากหัวเราะน้อยๆ แล้วกล่าวตอบว่า " พระผู้เป็นเจ้าจะได้เห็นเอง วันนี้พระเจ้า
สายน้ำผึ้งก็ได้มาด้วยกับหม่อมฉัน "
" เอ๊ะ.......ไม่เห็นมีนี่พระนาง " หลวงปู่กล่าวอย่างแปลกใจ
" ท่านรออยู่ข้างนอกค่ะ ยังไม่ได้เข้ามาในนี้ "
" อ้าว เชิญท่านเข้ามาซิพระนาง "
ทันใดร่างพระเจ้าสายน้ำผึ้งก็ปรากฏตัวเดินเข้ามาในพระวิหาร แต่งองค์ทรงเครื่องอลงกตพิภูษาสรรพาภรณ์
แพรวพราวด้วยแก้วกาญจนมณีรัตนชัชวาล ตามแบบเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ ทรงอิสริยยศงามสง่า พระวรกาย
สูงใหญ่ กว่าคนในปัจจุบัน ผิวขาว หน้าตาคมสันสวยนัยย์ตาโตดำยาวคมกริบ เป็นประกายกล้าแข็งมีอำนาจ
แต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความเมตตา
พอเข้ามาถึงก็ก้มลงกราบนมัสการหลวงปู่ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ยิ้มแย้มแจ่มใส
" อาตมาภาพขอถวายพระพร พระราชสมภารเจ้า " หลวงปู่ทักทาย
" สาธุ พระผู้เป็นเจ้า " พระเจ้าสายน้ำผึ้งประนมมือรับสนองพระพรและยิ้มละไม
หลวงปู่สีโห ได้ถามว่า " พระราชสมภารเจ้า อยู่สุขสบายดีหรือ "
" สุขและทุกข์ก็มีคละกันไปเหมือนมนุษย์ในโลกนี้แหละพระผู้เป็นเจ้า
แต่ทุกข์ของเทวดานั้น เป็นทุกข์ทางใจ ไม่ใช่ทางกาย ทุกข์ทางใจได้แก่ตัวโมหะ
เทวดาบางตนก็เพลิดเพลินหลงไหลงมงายอยู่กับกามสุขทั้งหลาย
เทวดาบางตนก็ติดอยู่ในกิเลสตัณหาอุปาทาน
บางตนก็เล็งเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พยายามบำเพ็ญศีลฟอกจิตใจตัวเอง
ออกจากกิเลส เพื่อหวังเลื่อนภูมิเลื่อนชั้นตัวเองให้สูงขึ้น
สวรรค์เทวโลกแดนของพวกกินข้าวทิพย์ อยู่ในวิมานทิพย์นี่นะ
โยมเองก็รู้สึกเบื่อๆ อยู่เหมือนกัน " พระเจ้าสายน้ำผึ้งตอบอย่างอารมณ์ดี
แล้วแลไปสบตายิ้มให้พระนางสร้อยดอกหมาก
หลวงปู่สีโหมีความรู้สึกว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นเทพที่มีบุญบารมีทางสัมมาทิฏฐิ
แตกฉานข้ออรรถข้อธรรม น่าเลื่อมใส
" พระราชสมภารเจ้า ไปมาหาสู่พระนางสร้อยดอกหมากอยู่เสมอ อาตมาเข้าใจว่า
พระราชสมภารเจ้าคงจะมีความห่วงอาลัยชาติภูมิมนุษย์อยู่ละกระมัง "
" ก็มีอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องทางถาวรวัตถุในพระศาสนา คือว่าโยมต้องมาคอยดูแล
พระพุทธปฏิมากรที่ตัวเองได้สร้างไว้อยู่เสมอ เพราะเป็นพระที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะ
ด้วยแรงศรัทธาประสาทะอย่างสูงในสมัยนั้น โดยร่วมแรงใจแรงกายกันกับไพร่ฟ้าประชาราษฏร์
เมื่อสร้างแล้วก็กลายเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง มีเทวฤทธิ์สิ่งสู่คุ้มครองรักษา "
" พระพุทธรูปที่ว่านี่เห็นจะใช่หลวงพ่อโตองค์นี้กระมัง "
" ใช่แล้วพระผู้เป็นเจ้า หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิงนี่องค์หนึ่ง อีกองค์คือ หลวงพ่อพระมงคลบพิตร
อยู่ในวิหารวังโบราณโน่น เป็นพระโตใหญ่หรือหลวงพ่อโตด้วยกันทั้งคู่ "
" พระราชสมภารเจ้า สร้างพระพุทธรูปทั้งสององค์นี้พร้อมกันหรือ "
" สร้างปีเดียวกัน เมื่อคราวงานสมโภชกรุงอโยธยา ถ้านับเนื่องไปแล้วก็เป็นยุคสมัย
ก่อนพระเจ้าอู่ทอง มาสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นเวลากว่า ๓๐๐ ปี " พระเจ้าสายน้ำผึ้งตอบ
พระนางสร้อยดอกหมากได้กล่าวขึ้นบ้างว่า
" มีคนเข้าใจกันมาก ว่าหลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง และหลวงพ่อโตมงคลบพิตรนี้
สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี บางคนก็ว่าสร้างราวแผ่นดิน สมเด็จ-
พระบรมไตรโลกนาถ เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเลย หลวงพ่อโตทั้งสององค์นี้
เสด็จพี่สายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้างเอง พระผู้เป็นเจ้า "
หลวงปู่สีโห ตอบว่า " เรื่องประวัติศาสตร์นี้ อาตมาไม่ค่อยจะมีความรู้นัก
เมื่อรู้ว่าพระราชสมภารเจ้าเป็นผู้สร้างพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง
ทั้งสององค์นี้ ก็ใคร่ขออนุโมทนาด้วย การที่พระราชสมภารเจ้ามีความเป็นห่วง
เป็นใยพระพุทธรูปทั้งสององค์นี้ก็สมควรแล้ว
ตามธรรมดาเทพยดาผู้มีความห่วงใยในพระศาสนา มักจะเกรงว่ามนุษย์
ผู้เต็มไปด้วยกิเลสทั้งหลาย จะบำรุงปฏิสังขรณ์ปูชนียววัตถุศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้
เสมอต้นเสมอปลาย จึงมีความห่วงใยเข้าพิทักษ์รักษา เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์
ให้พระพุทธรูปเป็นที่มหัศจรรย์เสมอมา "
พระเจ้าสายน้ำผึ้งและพระนางสร้อยดอกหมาก ได้ฟังดังนั้นก็ทรงยิ้มละไม
แสดงความพอพระราชหฤทัยมาก พระเจ้าสายน้ำผึ้งกล่าวต่อไปว่า
" โยมสร้างหลวงพ่อโตทั้งสององค์นี้ เจตนาจะให้เป็นพระใหญ่สถิตอยู่กลางแจ้ง
เช่นเดียวกับพระสถูปเจดีย์ แต่เจ้าฟ้ามหากษัตริย์ในแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาต่อๆ มา
ได้พากันสร้างวิหารครอบไว้เสียหมด เพราะไม่อยากให้ตากแดดตากฝน
จึงทำให้ลดความสง่างามลง เรื่องนี้โยมรู้สึกผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้ถือสาอะไร
เพราะเจตนาปสาทะของพวกเขาก็เป็นกุศลเหมือนกัน หากแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เท่านั้น "
หลวงปู่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามต่อว่า " พระราชสมภารเจ้าและพระนางมาหาอาตมาในคืนนี้
จะให้อาตมาร่วมกุศลอะไรด้วยหรือ "
" หามิได้..... โยมทั้งสองมากราบนมัสการพระผู้เป็นเจ้า ก็ด้วยจิตเลื่อมใสศรัทธาในการปฏิบัติ
ดีปฏิบัติชอบของพระผู้เป็นเจ้า และมีปฏิปทาอันพากเพียรมุ่งมั่น รอนแรมมาจากแดนไกล
เพื่อที่จะนมัสการหลวงพ่อโตทั้งสององค์และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในเมืองกรุงเก่านี้
พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้ทรงศีลสะอาดบริสุทธิ์ เป็นพระอริยะเจ้าควรแก่เทวดาจะกราบไหว้
โยมทั้งสองถือว่าเป็นบุญ ได้อานิสงส์แรงที่ได้กราบไหว้พระผู้เป็นเจ้าในคืนนี้ "
พระนางสร้อยดอกหมากกล่าวขึ้นบ้างว่า
" หม่อมฉันรักษาอุโบสถศีลสม่ำเสมอ วันนี้ใคร่ขออาราธนาศีลจากพระผู้เป็นเจ้าด้วย
เพื่อเพิ่มพูนอานิสงส์ "
หลวงปู่กล่าวตอบว่า " การรักษาอุโบสถศีลมีอานิสงส์มากกว่าการให้ทาน
พระนางประพฤติถูกต้องแล้ว อาตมาขออนุโมทนา "
พระเจ้าสายน้ำผึ้ง จึงทรงกล่าวขึ้นบ้างว่า
" พระนางและโยม เมื่อได้มาพบกันอีกในโลกวิญญาณ ต่างก็มีจิตตรงกันที่จะบำเพ็ญเพียรภาวนา
รักษาศีล มีความเหนื่อยหน่ายในโลกียสุขอันไม่จีรังยั่งยืน ไม่ว่ามนุษย์ เทวดา พรหม ต่างก็ต้อง
เวียนว่ายตายเกิดไม่มีสิ้นสุดในห้วงวัฏสงสาร พระนางและโยมเบื่อหน่ายการเกิดอีก ต่างก็มุ่งที่จะ
สำเร็จมรรคผลในชาติต่อไป "
" พระราชสมภารเจ้าและพระนางทรงคิดชอบแล้ว อาตมาภาพขออนุโมทนา "
จากนั้นพระเจ้าสายน้ำผึ้งก็ขออาราธนาศีลอุโบสถ หลวงปู่ให้ศีลและเทศน์โปรด
เป็นที่ปิติซาบซึ้งแก่ทั้งสองพระองค์เป็นอันมาก.

ข้อมูลจากหนังสือในเครือโลกทิพย์
หนังสือทิพย์ ตายแล้วไปไหนเล่มที่ ๑๕


Garu
15 ม.ค. 2552 เวลา 18:32 น.


ขอบคุณจ้าที่เอาเรื่องดีดี สิ่งดีดีมาให้อ่าน
^^
001052
15 ม.ค. 2552 เวลา 20:54 น.
ว๊าย ซิงแก หุหุ
001052
15 ม.ค. 2552 เวลา 20:54 น.
ชอบมากๆ เลยค่ะ
16 ม.ค. 2552 เวลา 00:08 น.
ขอบคุณคับ
18 ม.ค. 2552 เวลา 21:21 น.
เป็นความรู้เนื้อหาสาระดีค่ะ
13 มิ.ย. 2553 เวลา 14:49 น.
ขอบคุณมาก
4 ม.ค. 2554 เวลา 20:37 น.
Stands back from the kebryoad in amazement! Thanks!
9 พ.ค. 2554 เวลา 07:07 น.
Ppl like you get all the branis. I just get to say thanks for he answer.
9 พ.ค. 2554 เวลา 12:16 น.
Home run! Great slugging with that anwesr!
9 พ.ค. 2554 เวลา 14:03 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic