กรรมฐานของพระที่ดี

ในอรรถกถา มหาสติปัฏฐานสูตร มีพระภิกษุอยู่ ๓๐ รูป นัดแนะกันออกไปเจริญกรรมฐานในป่า แต่ละคนเป็นนักปฏิบัติจริง ๆ ทุ่มเทให้กับการทำกรรมฐานจริง ๆ เมื่อเสือมันมาตะครุบไปกินทีละคน ๆ ท่านที่ไม่ได้ตายทันทีก็ไม่ร้อง เพราะว่ากลัวจะไปรบกวนเพื่อน ท่านยอมเสียสละขนาดนั้น..!

จนกระทั่งวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ ก็มารวมกันเพื่อฟังปาฏิโมกข์ ปรากฏว่าเพื่อนพระหายไป ๕ - ๖ รูป พระท่านก็เลยออกไปสำรวจบริเวณ ไปเจอซากศพ ซากกระดูก ก็เลยรู้ว่า เสือคาบเอาไปกิน จึงตกลงกันว่า "อาวุโสทั้งหลาย..ถ้าหากเสือมารบกวนให้ส่งเสียงบอกเถอะ ไม่ต้องกลัวหรอกว่าคนอื่นจะเสียการปฏิบัติ เพราะถ้าตายไปเลยโดยที่ยังปฏิบัติไม่ถึง ก็น่าเสียดายและเสียเวลาอย่างมาก"

ในเมื่อตกลงกันว่าให้ร้องบอกได้ คืนถัดไป เสือก็มาตะครุบภิกษุไปอีกรูปหนึ่ง ท่านก็ตะโกนบอกว่า "เสือจับผมไปแล้ว..!" ท่านที่เหลือก็จุดคบไฟแล้วก็ตามไป เสือก็หนีและกระโดดข้ามผาขาดไป พระท่านตามไปไม่ได้ จึงตะโกนบอกว่า "อาวุโส...ตอนนี้เราไม่สามารถจะตามไปช่วยท่านได้แล้ว เหลืออยู่อย่างเดียว คือ ท่านต้องพยายามพิจารณาตัดร่างกายให้ได้"

พระท่านก็เลยพิจารณาตัดร่างกายตัวเอง ตามอรรถกถาท่านอธิบายว่า พอเสือกินมาถึงหัวเข่า ท่านได้โสดาบัน พอกินมาถึงต้นขา ท่านได้อนาคามี พอกินมาถึงท้อง ท่านได้อรหันต์ ตายตอนนั้นพอดี

ต่อไปน่าจะเรื่องธุดงควัตร ของ ท.เลียงพิบูลย์ งูใหญ่กลืนพระธุดงค์ลงไปจนถึงไหล่ แล้วพรานไปพบเจอเข้า พรานเขาก็ปรึกษากันว่าจะช่วยหลวงพ่อท่านอย่างไร แม้ว่าท่านจะตายแล้ว อย่างน้อยเอาศพท่านมาเผามาฝังก็ยังดี เขาปรึกษากันว่า ถ้าเรากรีดหนังงูแล้วผ่า งูจะไม่มีแรงรัด เพราะถ้ามันเกร็งตัวรัด หนังก็จะฉีกกว้างไปเรื่อย

พอปรึกษากันว่าจะผ่างู ก็ไปลับมีด ปรากฏว่าพระที่นอนนิ่งสนิทอยู่ ท่านก็ยกมือโบก พอยกโบกมือท่านก็กลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจกัน ก็เลยพูดออกมา แต่เสียงพูดท่านเบา เพราะกลัวว่างูจะตกใจแล้วคายท่านออกมา เกรงว่างูจะไม่ได้กิน

ท่านบอกว่า ท่านมีเวรมีกรรมกับงูตัวนั้นมาตั้งแต่อดีต ตอนนี้ท่านตั้งใจชดใช้เวรกรรมให้กับงู ขอให้สิ้นเวรตั้งแต่ตอนนี้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องช่วยท่านหรอก นั่นแสดงว่าท่านอยู่ในสมาธิตลอด เพราะงูรัดขนาดนั้น จริง ๆ คงจะไม่เหลืออะไรแล้ว นี่กลืนลงไปจนถึงไหล่ ท่านยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน

นึกถึงครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่นอีกรูปหนึ่ง ลักษณะเดียวกันเลย คือ หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต ท่านอยู่ วัดป่าอุดมคงคาคีรีเขต ที่อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ท่านไปธุดงค์ก็ลักษณะเดียวกัน งูใหญ่ก็กลืนไป ท่านก็พยายามดูว่า ตนเองกำลังใจคลายจากพุทโธหรือไม่ กำลังใจมีความกลัวตายหรือไม่ ในเมื่อกำลังใจไม่คลายจากพุทโธ ไม่มีความกลัวตาย ท่านก็ปล่อยให้กลืนไปเรื่อย

พอกลืนไปจนถึงไหล่ ก็ประจัญหน้า สบตากัน คือท่านมองเห็นตาของงู งูมันก็หยุดไม่กลืนต่อ ท่านก็ถามว่า "หยุดทำไม ทำไมไม่กลืนต่อล่ะ ?" สงสัยงูจะเขิน ก็เลยคายออกมา จริง ๆ ถ้าอยู่ในปากงูแล้ว ถ้าไม่คายเองก็ไม่มีใครเอาออกได้ เพราะฟันงูโค้งเป็นตะขอในลักษณะเกี่ยวเข้า ต้องให้เขาคายเอง พอคายออกมาแล้วงูก็ไป ท่านก็เลยไปสรงน้ำซักผ้า แต่ว่าท่านไม่เป็นอันตราย ตรงนี้จะเห็นได้ว่าอำนาจของฌานสมาบัติรักษาได้

ทางบ้านเคยมีโยมคนหนึ่งอายุมากแล้ว เขาเป็นพรานไปล่าสัตว์ในป่า ตอนที่นอนหลับอยู่ งูเหลือมมากลืน แต่งูกลืนขาไปข้างเดียว พอพรานตื่นขึ้นมารู้ว่างูกำลังกลืน เขาก็รู้ว่าถ้าตกใจลุกพรวดพราด งูก็จะรัดตายเลย พรานก็เลยใช้วิธีหยิบพร้า อย่างที่โบราณเขาบอกว่า เข้าป่าอย่าลืมพร้า

พรานเขาเอาพร้าแนบขาแล้วสอดเข้าไป พอสอดเข้าไปได้ในระดับหนึ่งก็พลิกเอาคมหันออก งูก็ปากฉีกไปเลย ท่านก็ชักขากลับมา แต่ว่าเสียขาไปข้างหนึ่ง เขาบอกว่าน้ำลายงูมีพิษ ทำให้ขาเปลี้ยไปข้างหนึ่ง เหมือนกับคนเป็นโปลิโอ อันนี้คนธรรมดา แต่หลวงปู่ผางท่านอยู่ในฌานสมาบัติตลอด อำนาจฌานรักษาได้ คุ้มได้ ทั้งที่งูอมมาถึงไหล่แล้ว


สาธุ~
004768
27 เม.ย. 2553 เวลา 11:02 น.
ชอบอ่านเรื่องแบบนี้ัจัง หาอ่านได้จากเวบไหนมั่งอะครับ?
000883
28 เม.ย. 2553 เวลา 00:56 น.
ข่าวคราวเงียบหายไปสองสามปี
เงียบหายไปเลยนะจ๊ะคุณพี่
002459
28 เม.ย. 2553 เวลา 10:53 น.
อืม อ่านแล้วนึกภาพ
พระที่ท่านตัขาดจากทุกอย่างแล้วสามารถสละได้แม้แต่ร่างกาย
สาธุ
001052
28 เม.ย. 2553 เวลา 16:22 น.
:D
001994
3 พ.ค. 2553 เวลา 23:30 น.
ไดอารี่เล่มนี้มีแต่สิ่งดีๆเสมอเลยนะ แวะมาทักทาย มาบอกว่ายังไม่ตาย ยังสบายดีจ้ะ
001163
9 พ.ค. 2553 เวลา 17:44 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic